Krish DEV

Krish DEV

Keerati Limkulphong

One good small thing a day


Work-life balance เมื่อทุกวันของคุณคือวันหยุด

Published a month ago

6 minutes read

working_from_home

คนเราเกิดมาอยู่ได้ประมาณ 20,000 วัน ตามที่พี่แสตมป์ได้กล่าวไว้ในเพลง สองหมื่น 555+ ผมเป็นคนนึงที่ตระหนักถึงข้อนี้ และให้ความสำคัญกับเวลาอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นเวลาจะทำอะไร ผมจะทำในสิ่งที่อยากทำ และก็ทำอย่างเต็มที่

พวกเราส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นลูกจ้าง ผมก็หนึ่งในนั้น โดยเราจะทำงานจันทร์ - ศุกร์ และมักจะเกลียดวันจันทร์ และรักวันศุกร์ 555+ เพราะมันเป็นสัญญาณบอกว่าเวลาแห่งการพักผ่อนมาถึงแล้ววว

โดยปกติแล้วสำหรับคนที่ทำงานในเมืองใหญ่ๆ ในวันทำงาน แค่เวลาเดินทาง กับ เวลางาน มันก็หมดไปแล้วหละหนึ่งวัน บางคนที่หนักๆหน่อย ต้องออกจากบ้าน 6 - 7 โมงเช้า กลับถึงบ้าน 2 - 3 ทุ่ม กลับมาก็เหนื่อยแล้ว ก็นอนเลย

ประเด็นคือ เห้ยนี้มันไม่มีทางออกเลยหรอ? เราจำเป็นต้องติดอยู่ใน Loop แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? เพราะถ้ารอจนถึงเกษียร มันก็เท่ากับว่าเราใช้วันหมดไปแล้ว 18,000 วันเลยนะ


แล้วจะทำยังไงให้มีเวลาเพิ่มขึ้นหละครับ ?

จริงๆปัญหาของคนส่วนใหญ่ มันก็มีอยู่ 2 เรื่องนี้แหละ นั่นก็คือ เวลาการเดินทาง และ เวลางาน นั่นเอง

  1. ลดเวลาการเดินทาง
  • ผมก่อนหน้านี้อยู่ในเมืองเงียบๆทางตอนใต้ของ New Zealand ที่ชื่อว่า Christchurch โดยเราสามารถขับรถไปกลับที่ทำงานได้สบายๆ ภายใน 20 นาที จนวันนึงผมต้องย้ายมาทำงานที่ Wellington(เมืองหลวง) สิ่งแรกที่ผมคิดก็คือ เวลาในการเดินทาง เพราะถึงจะได้งานใหม่ที่เงินเดือนเยอะขึ้น แต่ถ้าเวลาการเดินทางมากขึ้นมันก็ไม่คุ้ม

สำหรับผม เงินที่เราได้จากการทำงาน มันไม่ใช่คำนวณแค่จากเวลางาน แต่มันคือเวลางาน + เวลาเดินทางไปกลับที่ทำงาน

  • เพราะฉะนั้นพอผมย้ายมาอยู่ที่ Wellington สิ่งแรกที่ผมทำก็คือ หาที่อยู่ที่ใกล้กับที่ทำงานให้มากที่สุด ซึ่งก็หาได้ไม่ยาก ตอนนี้คือเราอยู่ห่างจากบริษัทแค่ประมาณ 5 ตึก สามารถเดินทางไปกลับได้ภายใน 3 นาที 555+ การย้ายงานครั้งนี้เลยเป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก ได้ทั้งเงิน และเวลาที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน
  • นั่นแหละครับก็คือคำตอบแรกง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ถ้าอยากลดเวลาการเดินทาง คุณก็ย้ายไปอยู่ให้ใกล้ขึ้น หรือไม่ก็หางานในที่ที่สามารถเดินทางไปได้สะดวก และไว

เกี่ยวกับปัญหาชีวิต คำตอบโง่ๆแรกๆที่คุณคิดได้ มันมักจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดเสมอ (จริงๆชีวิตมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่เราคิด เรานั่นแหละทำให้มันซับซ้อน)

  • สำหรับคนที่ซื้อบ้านแล้ว อันนี้อาจจะยากหน่อย คุณอาจจะต้องมองหางานใหม่ที่อยู่ใกล้บ้าน
  • สำหรับคนที่ยังไม่ซื้อบ้าน ถือว่าเป็นโชคดีของคุณนะ ถ้าคุณคิดจะซื้อบ้านก็ไม่ผิดครับ แต่อย่าซื้อถ้าคุณต้องกู้ 100% หรือมีเงินดาวน์ไม่ถึง 50% (ใช่ครับ 50%) การเป็นหนี้เร็วมันไม่ได้ดีอย่างที่คุณคิดนะ ผมว่ามันทำให้ชีวิตเราซับซ้อนขึ้น เสี่ยงได้น้อยลง และความสนุกก็หายไปนิดหน่อย (ไว้ว่างๆผมจะเขียนบทความอธิบายคำว่า หนี้ และความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับมันนะ)

  1. ลดเวลางาน

"จะบ้าหรอ ลดเวลางาน เงินที่ได้ก็ลดลงดิ ???"

"จริงๆคำว่าลดเวลางานในที่นี้ผมหมายถึงให้คุณ ลดเวลาที่คุณทำงาน Over time(OT) ครับ"

"นั่นแหละลด OT ก็ลดเงินเป่าวะ?"

"เอ่อ... ก็ใช่ครับ 555+'

แต่ถ้าเราลองคิดดีๆเนี่ย การที่คุณต้องทำ OT มันไม่ได้หมายความว่าบริษัทเขาให้ความสำคัญกับ จำนวนชั่วโมงที่คุณทำ มากกว่าผลงานที่คุณทำ ออกมาหรอ

สิ่งที่คุณพอจะทำได้เพื่อลดเวลา OT ก็คือ

  • หางานในบริษัท ที่ไม่มีคำว่า OT อยู่ในพจนานุกรม:

จริงๆคำว่า OT เนี่ยถ้าคุณลองไปถามคนต่างชาติบางประเทศเนี่ย เขาไม่รู้จักนะครับ เพราะบางประเทศมันไม่มี OT ครับ ยกตัวอย่างก็ที่นิวซีแลนด์นี้แหละ เวลางานก็คือเวลางาน 6 - 8 ชั่วโมง จบเวลางานมันก็คือเวลาส่วนตัวของคุณครับ ถ้าเวลาเลิกงานแล้วคุณยังอยู่ต่อเนี่ย คือเขาจะงงนะว่าเมิงจะอยู่ทำไม ไมไม่กลับบ้าน 555+ เพราะฉะนั้นใครที่อยู่ในวังวนของ OT เนี่ย แนะนำให้หางานบริษัทต่างชาติ หรือบริษัทสมัยใหม่ดู ในไทยก็น่าจะมีเยอะนะ

อีกอย่างนึงที่เราชอบนิวซีแลนด์ก็คือ เวลาเขาพูดถึงเงินจากการทำงาน เขาไม่ได้พูดถึงเงินเดือน แต่พูดถึงเงินที่ได้เป็นรายชั่วโมง มันเป็นหน่วยที่เล็กกว่ามาก และมันก็ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของเวลาที่ใช้ในการทำงานมากขึ้น

  • ใครที่อยู่ใน Culture ที่ต้องทำงานชั่วโมงเยอะๆ กลับบ้านไม่ได้ถ้าหัวหน้ายังไม่กลับ อันนี้ถ้าเราไม่แฮปปี้กับงาน ก็ควรมองหาโอกาสใหม่ๆนะ
  • Work from home: ตอนนี้เทรนด์นี้กำลังมาแรง และผมคิดว่ามันใช้ได้ดีกับบริษัท Tech นะ จริงๆ การ WFH ก็เป็นการลดเวลาการเดินทางไปโดยปริยายเลย

working_from_home

  • พยายามหางานที่ใช้ Skill ครับ เพราะงานที่ต้องใช้ Skill ส่วนใหญ่ เงินของคุณที่จะได้เพิ่มขึ้นหรือลง มันขึ้นอยู่กับผลงาน มากกว่าชั่วโมงในการทำงาน

สำหรับคนที่ทำงานใช้แรงงาน อันนี้ผมเข้าใจครับ แนะนำว่าให้หาเวลาว่างๆ เรียนรู้ Skill ใหม่ๆเพิ่มขึ้นครับ เดี๋ยวนี้พวกบทความ คอร์สออนไลน์ ฟรีๆเต็มเลย ผมเชื่อเสมอว่าจำนวนเงินที่เราได้จากการทำงานเนี่ย สุดท้ายแล้วมันจะ match กับความสามารถของเรา สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถแล้ว แต่เงินเดือนไม่ขึ้นสักทีเนี่ย บางทีคุณอาจจะอยู่ผิดที่ก็ได้ครับ


kid_laugh

สุดท้ายนี้ถ้าคุณแยกให้ออก ระหว่าง เวลางาน กับ เวลาชีวิตของคุณ หางานที่ให้ความสำคัญกับผลงาน ลดเวลาในการเดินทาง คุณจะพบว่าเวลาของคุณในแต่ละวันจะยังเหลืออยู่ประมาณ 24 - 8(งาน) - 1(เดินทาง) - 7(นอน) = 8 ชั่วโมง และคุณก็อาจจะไม่ต้องรอให้ถึงวัน เสาร์ - อาทิตย์แล้วก็ได้ เพราะ 8 ชั่วโมงที่คุณมีเวลาฟรีๆต่อวันเนี่ย คุณสามารถทำอะไรได้เยอะเลยครับ เมื่อคุณรู้ซึ้งถึง Work-life balance แล้ว ชีวิตของคุณทุกวันก็เหมือนกับวันหยุดดีดีนี้เอง :)

ปล.ทุกคนต่างมีสภาพแวดล้อม เงื่อนไข ไม่เหมือนกันนะครับ บทความนี้ก็อาจจะมีประโยชน์ต่อคนบางกลุ่มเท่านั้นเนอะ สำหรับคนที่รักการทำงาน อันนั้นมันก็ดีครับ ถ้าทำแล้วมีความสุข เพราะสำหรับผมแล้วความสุขก็คือตัววัดที่ดีที่สุดของผลจากสิ่งที่เราทำอยู่นั่นแหละ

ขอบคุณที่อ่านจนจบ ครับ


Recommended Posts

ย้ายจาก Christchurch ไป Wellington

ย้ายจาก Christchurch ไป Wellington

หลังจากใช้ชีวิตประมาณ 5 ปีใน Christchurch ก็ได้เวลาเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ

Read more →

Published 8 months ago

imkrish.com KrishDEV © 2020